thainewspost

น้ำหอม ชาแนล กับการเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิว

ถ้าเกิดถามคำถามว่าเพราะเหตุไรเราจึงต้องใช้น้ำหอม เนื่องจากว่าใครอีกหลายๆคนไม่เคยใช้หรืออาจจะเห็นว่าน้ำหอมไม่จำเป็นเพราะพวกเราใช้เพียงแค่สบู่ทำความสะอาดตัวตอนอาบน้ำ กลิ่นของสบู่ก็หอมดีแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดค่ะ แต่เนื่องจากว่าบางที่อากาศบ้านพวกเราร้อนมากทำให้เหงื่อไหลไคลย้อยได้ง่ายดาย และเมื่อเหงื่อเจอกับกลิ่นของสบู่ หรือว่าความเค็มของเหงื่อเจอกับไขมันจากสบู่ที่อยู่บนตัวเรา ก็อาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยา นั่นคือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นั่นเองจ้ะ สังเกตว่าเพราะเหตุไรรุ่งเช้าเราไปทำงานก็ยังตัวหอมดี แต่เมื่อเลิกงานเดินทางกลับไปอยู่บ้านกลิ่นเต่าเริ่มมา ด้วยเหตุผลดังกล่าวมีความหมายว่าการอาบน้ำของพวกเราเริ่มจะช่วยอะไรไม่ค่อยได้แล้วล่ะ การอาบน้ำอย่างเดียวอาจจะไม่พอควรจะมีตัวช่วย อย่างน้ำหอม ซึ่งบางครั้งก็อาจจะเป็นน้ำหอม ชาแนล หรือว่าน้ำหอมหลากหลายแบรนด์ที่มีขายกัน เดี๋ยวนี้ก็เยอะแยะ สำหรับน้ำหอม chanel แล้วเรียกว่าเป็นที่นิยมมากเลยทีเดียวล่ะค่ะ โดยเหตุนั้นวันนี้พวกเรามาดูกันว่า การเลือกซื้อน้ำหอมจำเป็นต้องสังเกตดูอะไรบ้าง แน่นอนว่าเราใช้น้ำหอมก็จะต้องอยากได้กลิ่นที่ติดทนตลอดทั้งวัน หรือนานที่สุดเท่าที่จะสามารถนั่นเองค่ะ ซึ่งหากอยากได้ความทนทาน พวกเราต้องมองที่ความเข้มข้นของน้ำหอม เพราะฉะนั้นมาดูกันว่า ระดับความเข้มข้นของน้ำหอมมีแบบไหนยังไงบ้าง

ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม

1.) Parfum หรือ Perfume น้ำหอมชนิดนี้เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มขันเยอะที่สุด และก็มีหัวน้ำหอมมากถึง 20 - 40% เลยทีเดียวจ้ะ ดังนั้นความทนนานก็จะติดไปถึง 8 - 10 ชั่วโมงเลยล่ะ เมื่อเป็นน้ำหอมที่สามารถให้กลิ่นติดทนนานได้อย่างนี้ ราคาของน้ำหอมก็จะสูงตามไปด้วย ด้วยเหตุว่าเป็นน้ำหอมที่มีหัวน้ำหอมเยอะมาก เหมาะสมกับคนที่มีผิวเปราะบางหรือที่เราเรียกว่า Sensitive มากกว่าการใช้น้ำหอมจำพวกอื่น เพราะว่าเมื่อมีหัวน้ำหอมเยอะมาก แอลกอฮอล์จึงน้อยโน่นเองค่ะ
2.) Eau de Parfum ( EDP) เป็นน้ำหอมที่เรียกว่ามีความเข้มข้นของหัวน้ำหอมเยอะมากรองๆ ลงมาจากแบบแรกนั่นเอง จำนวนหัวน้ำหอมที่ใส่ไปในน้ำหอมกลุ่มนี้อยู่ที่ 15 - 20% ให้กลิ่นติดทนนานประมาณ 7 - 8 ชั่วโมง และก็เรื่องของราคาจึงถูกกว่าแบบแรกนิดนึง เพราะอย่างนี้ก็เช่นกัน คือมีจำนวนหัวน้ำหอมลดน้อยลง จำนวนแอลกอฮอล์จึงมากขึ้น ทำให้ไม่ต้องเปลืองหัวน้ำหอม ราคาก็เลยถูกกว่านั่นเอง น้ำหอม ชาแนลรุ่นที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง BLEU DE CHANEL Eau De Parfum Pour Homme Spray ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้
3.) Eau de Toilette (EDT) เป็นกรุ๊ปที่เรียกว่ามีความเข้าข้น ออกจะน้อย หัวน้ำหอมที่ใส่เข้าไปในน้ำหอมกลุ่มนี้อยู่ที่ 5 - 15% ช่วงเวลาของกลิ่นที่จะติดอยู่ที่ตัวเราคือ ประมาณ 4 - 6 ชั่วโมงเท่านั้นจ้ะ แต่นับว่าเป็นกลุ่มยอดนิยมมากมายเลยอย่างยิ่ง อย่าง Chanel Coco Mademoiselle Eau de Toilette เป็นน้ำหอม ชาแนลอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยม มีกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ กลีบดอกกุหลาบ ดอกมะลิและเพิ่มความหอมหวานจากกลิ่นลิ้นจี่ ซึ่งหลายๆคนก็เลือกที่จะใช้น้ำหอมกลุ่มนี้ในช่วงเวลากลางวัน และก็ใช้ EDP ในตอนค่ำนั่นเอง
4.) Eau de Cologne (EDC) เป็นน้ำหอมกรุ๊ปที่มีความเข้มข้นต่ำที่สุดของบรรดาน้ำหอมทั้งหมดทั้งปวงเลยก็ว่าได้ เพราะว่าปริมาณหัวน้ำหอมที่ใส่เข้าไปมีเพียง 2 - 4% เท่านั้น ที่เหลือเป็นแอลกอฮอล์ ราคาจึงถูกกว่าน้ำหอมทุกจำพวก แต่ว่าจะติดทนนานเพียง 3 - 4 ชั่วโมงเพียงแค่นั้นค่ะ แต่ถ้าเกิดเราไปงานเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถเลือกใช้ได้เช่นกัน

 

5.) Eau Fraiche เป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยแตกต่างจากกรุ๊ป EDC จ้ะ หัวน้ำหอมที่อยู่ในน้ำหอมกลุ่มนี้มีเพียง 1 - 3% แต่ว่าจะไม่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์เพราะเหตุว่าจะใช้น้ำแทนทั้งหมดนั่นเอง ซึ่งถ้าใครเคยได้ลองใช้น้ำหอม chanel จะรู้ว่า Chanel CHANCE EAU FRAICHE น้ำหอมสีประกายเขียวมรกตตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่ไม่ธรรมดาเลย ให้กลิ่นหอมอ่อนๆที่จะทำให้คุณสดชื่นไปตลอดทั้งวัน   

 

สำหรับเพื่อการเลือกใช้น้ำหอมที่นอกจากจะจะต้องดูที่ประมาณหัวน้ำหอมแล้ว ยังจำเป็นต้องดูที่อุณหภูมิอีกด้วย เพราะว่าอุณหภูมิก็มีผลต่อการใช้น้ำหอมให้ติดทนนานค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงฤดูร้อนชอบใช้ EDT ซึ่งอาจจะเป็นกลิ่นจากดอกไม้และผลไม้ ที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา นั่นเองจ้ะ

มาดูในเรื่องของผิวกันบ้างค่ะ ว่าพวกเราจะเลือกน้ำหอม ชาแนลให้เหมาะกับผิวพวกเราได้ยังไง ผิวแบบไหนจะต้องใช้น้ำหอมแบบไหน
เริ่มกันที่ผิวมัน เป็นผิวชนิดที่ในผิวจะมีน้ำมันอยู่เยอะมาก และเป็นผิวที่น้ำหอมจะติดทนนานที่สุด กลิ่นจะกระจายตัวได้ค่อนข้างดี และก็ผิวมันจะมีผลให้กลิ่นของน้ำหอมฉุนมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ ฉะนั้นคนที่ผิวมันควรหลีกเลี่ยงน้ำหอมที่มีกลิ่นฉุนมาก แล้วเลือกใช้เป็นกลิ่นที่กลิ่นที่อ่อนลงมาหรือว่ากลิ่นหอมบางๆแทน

 

ผิวแห้ง เป็นผิวที่ดูดซับความมันจากน้ำหอมเป็นอย่างดี ทำให้การกระจายตัวของน้ำหอมไม่ค่อยดี หรือเรียกว่ากระจายตัวได้น้อยกว่าคนผิวมันนั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นการเลือกน้ำหอมต้องเลือกที่มีกลิ่นฉุนนิดนึงจะช่วยให้กลิ่นติดทนขึ้น
ผิวที่เหงื่อซึมง่าย ควรที่จะเลือกใช้น้ำหอมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากว่าผิวที่เหงื่อออกง่ายรูรูขุมขนจะเปิดกว้าง ทำให้ในเวลาที่พวกเราใช้น้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการแสบได้นั่นเองจ้ะ
รู้อย่างงี้แล้วน่าจะทำให้หลายๆคนเลือกซื้อน้ำหอม ชาแนลได้ง่ายขึ้น ซึ่งน้ำหอมในแต่ละรุ่นของ Chanel เองก็มีระดับความเข้มข้นของน้ำหอมให้ท่านได้เลือกกันหลากหลายระดับตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น คนไหนที่สนใจแนะนำว่าไปลองเทสกันได้ที่เค้าท์เตอร์แบรนด์เพื่อให้คุณสัมผัสได้ถึงความหอมที่เหมาะกับตัวคุณอย่างแท้จริง